ไดอารี่ที่รัก

8.16 pm

                ตอนนี้อยู่หน้าฟรอนท์คนเดียว จริง ๆ เพิ่งจะเข้ารอบเมื่อ 6 โมงเย็นนี่เอง (ตอนนี้ 2 ทุ่ม 16 นาที) ง่วงซะแล้ว หิวอีกต่างหาก เมื่อยมาก GM อยู่ เมื่อกี้เห็นไม่มีคนเลยออกไปวิ่งระรี้ระรึก แหงะเข้าไปใน Business Room เห็น GM มองออกมา ชะตาเกีอบขาย น่าชื่นใจไหมหล่ะ งานที่คนยอมตายเพื่อให้ได้มา

                เมื่อยมาก หัวหน้าบอกว่าห้ามเอาเก้าอี้มานั่ง เป็นฟรอนท์ต้องยืนตลอด ก็อยากจะบอกว่า ......................... จะบ้าไปแล้วหรือ!!!” (กำลังพัฒนาเข้าสู่โหมดยับยั้งชั่งใจ)

8.29 pm

            หิว หิว หิว หิว และหิว ..... เมื่อย เมื่อย เมื่อย เมื่อย และเมื่อย ...... หาว หาว หาว หาว และ .... กรี๊ดดดด GM!!!!

9.00 pm

            แขกจาก CHAIN ใหญ่มา 4 คน ชาย 3 หญิง 1 มีผู้ชายคนหนึ่งหล่อมาก จริง ๆ เรียกว่าน่ารักดีกว่า คือขาวมาก จมูกตรงได้สัดส่วน ปากชมพูน่ารักน่าจูบ (ออกแนวหื่นกาม ... หมายถึงฉันนะ) หน้าเนียนใสกิ๊ก ไม่มีสิว ดูเกลี้ยงเกลา สะอาดสอ้าน ตัดผมทรงเท่ห์ใส น่ารักน่าชัง เห็นแล้วชุ่มช่ำหัวใจจังเลย ....

9.13 pm

            กล้าดียังไง มาบังอาจเรียกฉันว่าพี่ ฉันเพิ่ง 23 เองนะย่ะ น่าเกลียดมาก นี่เห็นว่าหล่อนะ ไม่งั้นมีเคืองโกรธตายเลย ... แต่เหลือเกินจริง ๆ มาเรียกฉันว่าพี่เนี่ย ทำหน้าย่ะ หน้าฉันแก่มากเลยรึไง อารมณ์เสีย!!!

9.16 pm

            เขาไปทานอาหารเย็นกัน อยากจะบอกว่า ฉันก็หิวเป็นนะย่ะ!!!” อิจฉา แต่ก่อนเคยคิดว่าตำแหน่งฉันนั่นมันดูสูงส่งและดูดีจังเลยในหมวดงานโรงแรม เพิ่งจะรู้วันนี้ (หลังจากที่พ่อสุดหล่อเรียกฉันว่า พี่) ว่าตำแหน่งฉันที่แท้มันดูต่ำต้อยเอาเสียเหลือเกิน ยืนเมื่อยก็เมื่อย หิวก็หิว ต้องคอยตีหน้าแป้นแล้นตลอดเวลาว่า ฉันอารมณ์ดี... ฉันมีความสุข... ฉันยินดีที่จะรับใช้พวกคุณ... ทั้ง ๆ ที่ยืนกันจนขาจะถ่างอยู่แล้ว เสี่ยงต่อการเป็นเส้นเลือดขอดมาก น่องก็มีเกณฑ์จะปูดบวมอยู่ตลอดเวลา แล้วงานนี้มันน่าหรรษาตรงไหน (หว่ะ) เนี่ย!?!

9.50 pm

            มีพี่เค้ามาบอกว่า ข้าง ๆ โรงแรมมีร้าน Fresh Mart เปิดใหม่วันนี้ ถ้าใครมีคูปองเอาไปแลกไอติมได้ฟรี 1 แท่ง !!!!!

3.42 am

               จะหลับแล้วนา ...... คร่อกกกกกก zzZZzzZZzz.....

edit @ 31 May 2008 03:42:17 by AomsuaY

สวัสดีจ้า ไดอารี่

posted on 19 May 2008 16:08 by aomsuay

ไดอารี่ที่รัก

     หายกันไปซะนานเลย คิดถึงกันไหมเอ่ย? คือก็ไม่ได้อะไรมากมายหรอกชีวิต แต่ที่ผ่านมาก็ผ่านอะไรไม่น้อยเลยทีเดียว ตอนนี้ได้งานใหม่ ซึ่งก็เข้าอีหรอบเดิม คือ เริ่มเบื่ออีกแล้ว ชีวิตมนุษย์ (โดยเฉพาะฉัน) นี่ไม่มีความพอดีเอาเสียเลย ตอนอยู่ที่เก่าก็เบื่อ ๆ มากเลย แต่พอย้ายมาที่ใหม่ กลับคิดถึงที่เก่าเอาเสียอย่างนั้น มันจะอะไรของฉันกันนักกันหนานะ หาความพอดีไม่เจอเลยเสียจริง ๆ

     ที่ใหม่ก็โอเค ยังบอกไม่ได้ว่าจะเป็นยังไง เบื่อเจ้านาย (อีกแล้ว) เบื่อนั่น เบื่อนี่ เบื่อโน่น ... คือสรุปแล้วออกแนวเบื่อตัวเองมากกว่า พี่ที่ทำงานก็ ...... ดูแต่รูปอย่างว่า -_-!

     ช่วงนี้กลับถึงห้องทีไรหลับทุกทีเลย ไม่มีแรงทำอย่างอื่น แต่อย่างน้อยก็มีข้อดีคือประหยัดเงิน ไม่ต้องไปเถลไถลที่ไหนให้เปลือง แต่เสียค่ากินเยอะมากเลย แอบดูข่าวว่าใครเงินเดือนต่ำกว่า 8,000 บาท จะอยู่ไม่ได้ เพราะค่าครองชีพสูงขึ้น ... นึกถึงของตัวเอง ถ้าหักค่าที่พักออกแล้ว เราก็เหลือไม่ถึง 8,000 เหมือนกันเหอะ จะอยู่รอดไหมเนี่ย

     พี่ที่ทำงานก็ทำอาชีพเสริมกันสนุกสนาน ฉันก็เลยเอาบ้าง เผื่อจะรุ่ง ก็ไม่อะไรมากหรอก แค่ขายของในอินเตอร์เนตหน่ะ แต่ยังไม่มีอะไรขายหรอก มีแต่เข็มขัดเส้นเดียว อ๊ายอาย... เดี๋ยวรอสิ้นเดือน ว่าจะไปโรงเกลือ ไปหาอะไรมาขายสักหน่อย เผื่อจะรุ่ง สาธุ.....

     สมัคร DJ ที่ Luck Radio ไป แต่ไม่กล้าหวังเลย เพราะคนคงสมัครกันเยอะ ของฉันเองก็แค่กิ๊กก๊อก นั่งจ๋องหน้าโน้ตบุ๊ค พูดพร่ำ แล้วก็ใส่เพลง ...... จบ! ไม่มีอะไรตื่นเต้นเลย

     นี่คือรายการที่ตั้งใจจะทำ

1. ซื้อโน้ตบุ๊คเป้นของตัวเอง

2. ซื้อบ้าน หรือ คอนโด ... (เอาบ้านดีกว่า เพราะเลี้ยงแมวได้)

3. พา (เชิงบังคับ) ให้พ่อกับแม่มาอยู่ด้วย

4. พี่เอ๋จะได้ให้เลี้ยงอาย (หลานฉันเอง)

5. จะส่งอายเรียน (หมายมั่นปั้นมือว่าจะให้เข้ามาแตร์เดอีให้ได้)

6. ใช้ชีวิตอย่างสงบสุข (และมีสติ)

     อืม ก็ไม่เอะเท่าไหร่เนอะ ... น่าจะพอไหวอยู่ แต่เงินนี่สิ จะไหวเปล่า? เอาหน่า อย่างน้อยก็ยังพอรู้ว่ามีความหวัง เหมือนที่รักแห่งสยามว่าไว้ "ตราบใดที่มีรัก ... ย่อมมีหวัง" (แล้วมันเกี่ยวกันไหม?)

     ลืมบอกไปว่าวันนี้ต้องมาทำงานในวันวิสาขะบูชา เพื่อ?

     ข้างนอกฝนก็ตก แล้วฉันจะกลับบ้านยังไงเนี่ย?

     ช่างมันเหอะ แล้วแต่อะไรจะเกิดก็ให้มันเกิด โลกนี้ยังมีผู้ชานแย่ ๆ ได้ จะกลัวอะไรกับอากาศแย่ ๆ .... (ไปกันได้ยังไง)

     เมื่อวานอยู่ห้อง นอนดู Hula Girls (หลังจากซื้อมาหลายเดือน ก็มีโอกาสดูสักที) พอดูแล้ว อือฮือ..... ร้องไห้เลย และหลายรอบมาก คือเป็นหนังที่ดีมากจริง ๆ มีความหมายและให้ความหวัง (กับชีวิตฉัน) มาก และแอบชอบนางเอก (Yu Aoi) น่ารักมาก ๆ แอบสงสัยในใจว่าตกลงฉันจะเลสเบี้ยนแล้วใช่ไหม!?!

     เมื่อกลางวันนัดกับตั้มว่าจะไปดู "4แพร่ง" (รอบที่ 2 สำหรับฉัน รอบแรกสำหรับตั้ม) นึกไปนึกมา ไม่เอาดีกว่า ฝนก็ตก จะกลับถึงบ้านเมื่อไหร่ไม่รู้ แล้วอีกอย่าง ด้วยความที่วันนี้ว่างจัด เลยซื้อของในเนตสนุกมือไปหน่อย หมดไปประมาณ 2,600 แล้ว อารมณ์เสีย (แต่ก็สนุก...) ทุเรศตัวเองมากเลย เมื่อไหร่จะเลิกสักที นิสัยใช้เงินแบบนี้เนี่ย!

     บ่นมาเยอะแล้ว พอก่อน วันนี้รู้สึกทำงานไม่คุ้มเงินเดือนเลย เล่นเนต แล้วก็หาของกินทั้งวัน ไหน ๆ ก็วันวิสาขะ เดี๋ยวขอนั่งสงบสติอารมณ์ก่อนแล้วกันนะจ้ะ ... (ก่อนจะเสียเงินไปมากกว่านี้)

ไดอารี่ที่รัก 

          ตอนนี้อยู่ที่งานรับปริญญาของเพื่อน บรรยากาศดูวุ่นวายมาก วุ่นวายจนไม่รู้จะรู้สึกยังไงดี ลองจินตนาการว่าเป็นตัวเองแล้วความรู้สึกคงแปลก ๆ อย่างบอกไม่ถูก

          ก่อนถึงวันงานคงจะต้องเป็นปลื้ม ดีใจจนข่มตานอนไม่หลับเอาแน่ ๆ คงภาคภูมิใจน่าดูที่จบสักที (หลังจากรอคอยมาแสนนาน ... จริง ๆ) คิดว่าวันนั้นคงจะสบายใจและภูมิใจไปอีกเปราะนึงที่อย่างน้อยก็ได้ใบปริญญาไปแปะฝาโลง ล้อเล่น ... อย่างน้อยก็ภูมิใจที่เราทำมันจนสำเร็จ (จนได้)

          วันนี้เลยตื่นซะ ตี 3 ครึ่ง ไม่ใช่ว่าตื่นเต้นอะไรหรอก แต่กลัวไปไม่ทัน เพราะคุณเพื่อนสาวนัดไว้ก่อน 1 โมง ( 7 นาฬิกาตามภาษาคนกรุงฯ) ก็ตื่นงัวเงียมา แล้วมองนาฬิกาปรากฎว่าเพิ่งตี 3 ครึ่ง ก็อยากจะตัดสินใจนอนต่อแหละ แต่คนเรามันย่อมรู้กำพืดอันแสนผังผืดของตัวเอง เลยไม่ดีกว่า เพราะถ้านอนต่อคงตื่นจากพวังค์อีกทีก็ตอน 5 โมง (11 นาฬิกา) กันพอดี เลย งัวเงีย ลุกขึ้นอาบน้ำอย่างไม่รีบร้อน แหม่! ก็จะเอาอะไรมากมายกับตอนตี 3 กว่า ๆ เลยไม่รีบ แต่งตัวเสร็จยังมีอารมณ์มาหาแผ่นเปิดเพลงประกอบการแต่งตัว ช่างเป็นอารมณ์ที่สุนทรีย์ดีเสียเหลือเกิน

          ออกจากห้องตอน 6.15 นาที รถยังไม่ค่อยวิ่งกันเลย ก็เช้าวันอาทิตย์นี่หว่า แม่ค้าเพิ่งจะเริ่มตั้งของขายเอง ก็เดินไปซอยข้าง ๆ เพราะซอยเราวินยังไม่ตื่น เลยต้องไปรอรถอีกซอยหนึ่ง ซึ่งกว่าจะมาก็เกือบคิดว่าจะไม่มีเสียแล้ว

          นั่งรถเมล์ธรรมดา (ต่ำต้อยมาก) หัวเหอหน้าเหน่อบานกันสนุกสนาน แล้วก็ถึงบ้านเพื่อนตอน 6.45 นาที (คืออยู่ใกล้ ๆ กันไง นั่งรถไม่ถึง 10 นาที อีกที่เสียเวลาคือรอรถนี่แหละ) พอถึงก็งง ๆ เพราะไม่ได้ไปบ้านหล่อนนาน แต่ก็ดีที่ยังลงถูก พอไปถึงแล้วก็โทรศัพท์หา

อ้อมสวย "แก ฉันถึงแล้ว"

โอปอร์    "เออ เข้ามาเลย"

อ้อมสวย "นี่อย่าบอกนะว่าแกยังไม่เสร็จ"

โอปอร์    "เออ แต่งหน้าอยู่"

          สรุปแล้วมันจะบอกให้ฉันรีบมาทำไมหว่ะ ด้วยความหดหู่นิด ๆ หิวหน่อย ๆ เลยเลือกที่จะซื้อข้าวเหนียวปิ้งไปกินแก้ขัดก่อน แต่พอไปถึงเท่านั้นแหละ หล่อนก็วีนใส่ซะเลย

โอปอร์    "ทุเรศมาก ซื้อมากินคนเดียวเองเหรอ"

อ้อมสวย "นี่แกจะเอาอะไรมากมาย ฉันถ่อมาเช้าขนาดนี้ก็บุญหัวแกมากแล้ว"

          กัดกันกระปิดกระปอดอยู่สักพัก หล่อนก็หันมาถามเรื่องความสวยงามของหล่อน ฉันก็ได้แต่ "เอาเถอะค่ะ จงอยู่เพื่อความสุขของตัวเองค่ะ"

          7.20 นาที ขึ้น Taxi จากปากซอนหน้าบ้านหล่อน ก็กะจะหลับสักหน่อย คุณหล่อนก็สาธยายให้ฟังจนฉันไม่ได้หลับ เสมือนไม่ได้เจอกันร่วมสิบปี แล้วสักพักก็มีโทรศัพท์ดังขึ้น

อ้นศรี "นี่พวกแกอยู่ไหนกันเนียะ ฉันมาถึงแล้ว"

โอปอร์ "ว๊าย! แย่จัง ....... ยังไม่ถึงเลย"

อ้นศรี "อีบ้า #$%^%^*%$#@!@%#$%^%^*&^%$#@!@#$%*^^@@! ฯลฯ"

         คุณอ้นศรีเขาแหกขี้ตาตื่นมาตอนตี 3 ครึ่งเช่นกัน เพื่อนที่จะนั่งรถมาจากพัทยาเพื่องานของคุณโอปอร์โดยเฉพาะ แต่ไป ๆ มา ๆ อีพวกอยู่ใกล้ทั้งหลายกลับมารั้งท้ายกันซะอย่างงั้น

           ในงานคนเยอะมาก คือคนรับไม่เท่าไหร่ แต่ญาตินี่แห่มาเป็นกองพล บางคนแห่กันมาทั้งหมู่บ้าน เสมือนเป็นคนแรกของอำเภอที่ได้รับปริญญา แค่คนเยอะก็ทำให้ฉันเวียนหัวจะแย่อยู่ นี่ยังมาเจอแดดร้อนอีก จะเป็นลม ดีนะ ที่ยังพอมีอาหารหูอาหารตาให้เลือกชมอยู่บ้าง ไม่งั้นคงกร่อยกันน่าดู

          ประมาณ 11.30 นาที คุณโอปอร์ต้องไปเข้าแถวเพื่อนที่จะขึ้นหอประชุม คุณอ้นก็กลับพัทยาไปแล้ว เพราะต้องไปทำงาน เหลืออิฉันที่ต้องไปเกาะรั้วคอยถ่ายรูปคุณโอปอร์และรูปสุดที่รักของเธอให้ตอนที่เดินขบวน ไอ้ไปยืนเกาะก็จะเป็นลมแย่อยู่แล้ว ป้า ๆ ข้างหลังยังดันเข้ามาราวกับแองเจลีน่า โจลี่จะเดินผ่านมาอีก หิวก็หิว จะเป็นลมก็เป็น นี่ฉันต้องมาทรมานขนาดนี้เลยเหรอเนี่ยะ

          ประมาณ 12.45 นาที คุณโอปอร์เสด็จมาตามริ้วขบวน ไอ้เราก็ตั้งท่าจะถ่ายรูป คุณหล่อนก็เดินไม่หยุด กดถ่ายทีไรได้แต่คนหลังทุกที สรุปได้มาแค่รูปเดียว อีก 4 รูปที่เหลือนี่คนข้างหลังหมดเลย รูปของคุณพี่คูณก็เหมือนกัน ได้รูปเดียว ที่เหลือไม่คนหลังก็ท้ายทอย พอขึ้นหอปะชุม คุณโอปอร์ก็โทรศัพท์มาถามว่าได้รูปไหม ฉันก็บอกว่าได้รูปเดียว เท่านั้นแหละ หล่อนบ่นเหมือนจะยกเลิกแล้วขอเดินใหม่ เริ่มใหม่ทั้งหมด อิฉันก็ "นี่หล่อน จะเอาอะไรมากมายฉันเด็กมนุษยศาสตร์ (แล้ว) นะย่ะ ไม่ใช่ช่างถ่ายภาพ" ก็กัดกันพอหอมปากหอมคอ แล้วก็วางไป

          หลังจากนั้นฉันก็มาอยู่ตรงนี้แหละ มานั่งเล่นเนต เพราะกว่าหล่อนจะเสด็จลงมาอีกทีก็เกือบ 4 โมงเย็นโน่น ไม่มีอะไรทำ แล้วก็มานั่งนึกว่า "ตายและ มหาวิทยาลัยฉันคนเยอะกว่าที่นี่เยอะ ฉันจะโดนเหยียบตายหรือเปล่าหว่ะเนี่ยะ มานั่งคิดว่าถ้าถึงตาเรา เราจะรับดีไหมนะ หรือให้เขาส่งไปที่บ้านดี" ก็คือความภูมิใจมันก็มีก็เข้าใจนะ แต่ เอ่อ ... นึกภาพไม่ออกเลยว่าตัวเองจะเป็นยังไง กลัวจะบ้าตายเสียสติแน่ ๆ เพราะไม่ค่อยชอบอะไรที่วุ่นวายสักนิดเดียว

          แต่ก็อย่างว่า พูดไปสองไพเบี้ย ครั้นเอาเข้าจริง ๆ ก็คงไม่ยอมง่าย ๆ หรอก ถึงจะต้องปีนเขาหรือดำน้ำลงไปรับก็คงเอาแหละ แหม่ ... ก็กว่าจะได้นี่มันไม่ง่ายเลยนี่หน่า

          ยังไงก็แสดงความยินดีกับบัณฑิตใหม่ทุกคนนะจ้ะ

edit @ 18 Nov 2007 14:58:28 by AomsuaY

Recommend

    Categories